“พ่อครับ/แม่คะ หนูอยากไปแลกเปลี่ยน” เชื่อว่าเป็นหนึ่งในประโยคที่ทำให้หัวใจของคนเป็นพ่อแม่คงพองโตไม่น้อย แต่แน่นอนในขณะเดียวกันพ่อแม่ก็มีความกังวลใจตามมาติด ๆ ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ ความปลอดภัย และเรื่องค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครการ 

บทความนี้ AFS Thailand จึงได้รวบรวมสิ่งที่พ่อแม่ต้องรู้เพื่อเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยนว่ามีอะไรบ้าง ที่ต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้การตัดสินใจสำหรับอนาคตของลูก ๆ นั้นราบรื่นที่สุด

มาทำความเข้าใจว่า นักเรียนแลกเปลี่ยนคืออะไร?

การไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน คือ การเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 15-18 ปีครึ่ง ได้เดินทางไปศึกษา และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ในประเทศที่เด็ก ๆ เลือกไปเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษา โดยเด็ก ๆ จะพักอาศัยร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ (Host Family) หรือหอพักของโรงเรียนเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม ภาษา และการใช้ชีวิตแบบพลเมืองของประเทศนั้น ๆ ซึ่งต่างจากการไปเที่ยวหรือเรียนซัมเมอร์ระยะสั้นอย่างสิ้นเชิง

ชวนอ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติม: ไปแลกเปลี่ยนดีไหม? รวมสิ่งที่ต้องรู้ ก่อนให้ลูกไปเรียนแลกเปลี่ยน

 ชวนสำรวจความพร้อมของลูก ๆ ก่อนส่งเข้าร่วมโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

สำรวจความพร้อมของลูก ๆ และวางแผนการเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยน

ก่อนจะไปถึงขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรม AFS อยากชวนสำรวจความพร้อมของลูก ๆ และผู้ปกครองต้องรู้อะไรบ้าง ก่อนส่งลูกไปแลกเปลี่ยน เพื่อประเมินความเหมาะสม ดังนี้

ความพร้อมในด้านการรับผิดชอบตัวเอง

วุฒิภาวะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การเตรียมตัวไปแลกเปลี่ยน เริ่มต้นที่ทัศนคติและการกระทำ ลองสังเกตดูว่าในชีวิตประจำวันลูกสามารถจัดการตารางชีวิตตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน เช่น ตื่นนอนเองโดยไม่ต้องให้แม่ไปปลุก, ซักผ้า, รีดผ้า หรือล้างจานเองได้ไหม 

และยังรวมถึงความสามารถในการจัดการอารมณ์เมื่อเจอปัญหา หากลูกยังต้องพึ่งพาพ่อแม่ในทุกเรื่อง อาจต้องเริ่มฝึกฝนให้เขารับผิดชอบตัวเองมากขึ้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะเอาตัวรอดได้ เมื่อต้องอยู่ไกลบ้าน

เป้าหมายในการไปเรียนแลกเปลี่ยนของเด็ก ๆ

ต้องคุยกันให้เคลียร์ว่าลูกอยากไปเพราะอะไร เป็นความต้องการที่จะไปเรียนรู้ภาษา วัฒนธรรม และฝึกฝนตัวเองจริง ๆ หรือแค่อยากไปเพราะเห็นเพื่อนไปแล้วดูเท่ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้เด็ก ๆ มีแรงใจในการฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ระหว่างปีแลกเปลี่ยนได้ดีกว่า แต่ถ้าไปตามกระแส เมื่อเจอปัญหาเล็กน้อย หรือแค่คิดถึงบ้าน ก็อาจจะท้อแท้และอยากถอดใจกลับก่อนกำหนดได้ง่าย ๆ

วางแผนงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโครงการ

เรื่องเงินคือปัจจัยหลักที่ผู้ปกครองต้องวางแผนระยะยาว นอกจากค่าสมทบทุนโครงการแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมสำรองไว้ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าทำวีซ่า, ค่าประกันสุขภาพ รวมถึง Pocket Money รายเดือนสำหรับค่าอาหารกลางวันหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของลูก 

การเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยนในด้านการเงินจึงต้องครอบคลุมรายจ่ายตลอดทั้งปี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องจนกระทบการเรียนของลูกในภายหลัง

ประเทศที่ต้องการจะเดินทางไปเรียนแลกเปลี่ยน

การเลือกประเทศสำหรับการเดินทางไปเรียนแลกเปลี่ยนตลอด 1 ปีการศึกษานั้น แนะนำว่าควรเลือกจากความสนใจและบุคลิกของลูกเป็นหลัก ที่ AFS เรามีประเทศให้นักเรียนไทยสามารถเลือกเดินทางไปเรียนแลกเปลี่ยนมากถึง 40 ประเทศด้วยกัน โดยประเทศยอดนิยมที่นักเรียนมักเลือกไป มีดังนี้

  • สหรัฐอเมริกา: ดินแดนแห่งเสรีภาพ เหมาะกับเด็กที่กล้าแสดงออก ชอบกิจกรรม และอยากได้ภาษาอังกฤษสำเนียงเจ้าของภาษา
  • แคนาดา: ประเทศที่มีความหลากหลาย ผู้คนเป็นมิตร สิ่งแวดล้อมปลอดภัย มีระบบการศึกษาที่ดี และเป็นหนึ่งในจุดหมายที่นักเรียนเอเชียต้องการไปเรียนและพัฒนาภาษาอังกฤษแบบ Native Speaker
  • จีน: มหาอำนาจทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน ค่าครองชีพไม่สูงเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ และภาษาจีนสามารถนำมาต่อยอดได้ในทุกสาขาวิชาเรียนหรืออาชีพ เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการที่จะได้ทักษะภาษาจีน และมีใจเปิดกว้างพร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมเอเชีย
  • ญี่ปุ่น: ดินแดนอาทิตย์อุทัยที่ขึ้นชื่อเรื่องการมีระเบียบวินัย เหมาะกับเด็กที่ชอบความสงบ เคารพกติกา และหลงใหลในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์
  • อิตาลี: ศูนย์กลางศิลปะและสถาปัตยกรรม เหมาะกับเด็กสายอาร์ต ชอบเข้าสังคม พูดคุยเก่ง และรักในวัฒนธรรมอาหาร
  • ฟินแลนด์: ต้นแบบการศึกษาระดับโลก เหมาะกับเด็กที่รักธรรมชาติ ชอบความเงียบสงบ และอยากสัมผัสระบบการเรียนที่เน้นผู้เรียน
  • บราซิล: ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลงไหลในกีฬาฟุตบอล และมีกิจกรรมเพียบ เหมาะสำหรับนักเรียนที่ชอบทำกิจกรรม ชอบเล่นกีฬา
  • ชิลี: ประเทศที่เงียบสงบ ปลอดภัย ผู้คนเป็นมิตร ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลัก เหมาะสำหรับนักเรียนที่ชอบธรรมชาติ และอยากพัฒนาภาษาสเปนเป็นภาษาที่ 3

ทุกประเทศล้วนมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป ดังนั้น หาก ผู้ปกครองและนักเรียนต้องการข้อมูลหรือต้องการปรึกษาเพื่อเลือกประเทศ ติดต่อเจ้าหน้าที่ AFS ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-5746197 หรือ Line: @afsthailand 

4 เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องเตรียมตัวให้ลูก ๆ ก่อนไปแลกเปลี่ยน

4 เรื่องสำคัญที่พ่อแม่ต้องวางแผนเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยนให้ลูก

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการลงมือเตรียมความพร้อม ในฐานะพ่อแม่สิ่งสำคัญที่สุดคือการ Support ลูก ๆ ในด้านต่าง ๆ  โดยการเตรียมความพร้อมนักเรียนแลกเปลี่ยน ที่พ่อแม่ควร Support มี 4 เรื่อง ดังนี้

ด้านวิชาการ 

แม้โครงการแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่จะไม่เน้นเกรดเฉลี่ยเป็นหลัก แต่พื้นฐานภาษาต้องดีพอที่จะสื่อสารเอาตัวรอดได้ พ่อแม่ควรสนับสนุนให้ลูกฝึกภาษาระหว่างเตรียมตัวไปแลกเปลี่ยน อย่างสม่ำเสมอ 

นอกจากนี้เรื่องสำคัญคือการติดต่อฝ่ายวิชาการของโรงเรียนไทย เพื่อทำเรื่องลาพักการเรียน หรือรักษาสภาพนักเรียน รวมถึงตกลงเรื่องการเทียบโอนหน่วยกิต (ถ้ามี) หรือการซ้ำชั้น เพื่อให้ลูกกลับมาเรียนต่อได้อย่างราบรื่นไม่มีปัญหาเรื่องวุฒิการศึกษา

ด้านเอกสาร 

โดยเฉพาะการทำวีซ่าที่ต้องใช้ Bank Statement ย้อนหลัง เพื่อยืนยันสถานะความมั่นคงของผู้ปกครอง รวมถึงการเตรียมเอกสารรับรองความเป็นผู้ปกครอง สูติบัตรฉบับแปล และเอกสารจากทางโรงเรียน การจัดเตรียมเอกสารเหล่านี้ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบและควรเผื่อเวลาดำเนินการไว้เนิ่น ๆ จะได้ไม่    ฉุกละหุก

ด้านสุขภาพ 

ข้อควรรู้ก่อนไปแลกเปลี่ยนที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด ก่อนเดินทางควรพาลูกไปตรวจสุขภาพร่างกายและฟันให้เรียบร้อย (เพราะค่าทำฟันต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง) ตรวจสอบประวัติวัคซีนว่าครบตามเกณฑ์ของประเทศปลายทางหรือไม่ 

หากลูกมีโรคประจำตัว ต้องเตรียมยาไปให้เพียงพอพร้อมใบรับรองแพทย์ภาษาอังกฤษ รวมถึงการทำประกันภัยการเดินทางและสุขภาพที่ครอบคลุมอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยตลอด 1 ปีด้วย (นักเรียน AFS ได้รับการดูแลและจัดการเรื่องประกันให้โดยตรง)

ด้านทักษะชีวิต 

อีกหนึ่งข้อควรรู้ก่อนไปแลกเปลี่ยนที่ไม่ควรมองข้าม และยังเป็นการเตรียมความพร้อมนักเรียนแลกเปลี่ยน ที่ดีที่สุดนั่นก็คือ ทักษะการใช้ชีวิต และการเอาตัวรอดที่พ่อแม่ต้องสอนให้ลูกรู้ เช่น การซักผ้า, รีดผ้า, ทำความสะอาดห้อง, การทำอาหารไทยง่าย ๆ นอกจากนี้ต้องสอนเรื่องการบริหารจัดการเงิน (Pocket Money) ให้พอใช้ในแต่ละเดือน เพื่อฝึกวินัยทางการเงินด้วย

เลือกโครงการแลกเปลี่ยนอย่างไรให้อุ่นใจ ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง?

ปัจจุบันมีโครงการแลกเปลี่ยนมากมายให้เลือก ทำให้การพิจารณาเลือกโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมที่น่าเชื่อถือ จำเป็นจะต้องพิจารณาหลาย ๆ ปัจจัย เพื่อให้พ่อแม่ผู้ปกครองอย่างเรามั่นใจได้ว่า ลูกของเราจะไปแลกเปลี่ยนเปิดโลกกว้างได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัย และได้ประสบการณ์ดี ๆ ตลอดทั้ง 1 ปีการศึกษา 

  • ศึกษารายละเอียดโครงการ และเลือกองค์กรที่น่าเชื่อถือ: มองหาองค์กรที่มีประวัติยาวนาน มีที่ตั้งสำนักงานชัดเจน และมีรุ่นพี่ที่เคยไปจริงมารีวิวให้ฟัง
  • เลือกโครงการโดยพิจารณาจากมาตรฐานการคัดเลือก Host Family และโรงเรียน: ตรวจสอบว่าโครงการมีขั้นตอนการสกรีนโฮสต์อย่างไร มีการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Background Check) หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูก
  • พิจารณาจากโครงการที่มีระบบผู้ดูแล และสายด่วนฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง: เมื่อเกิดปัญหาหรือเหตุฉุกเฉิน ต้องมั่นใจว่าลูกจะมีคนให้ติดต่อได้ตลอดเวลา ทั้งเจ้าหน้าที่ในไทยและผู้ประสานงานในท้องถิ่น (Local Coordinator)
  • ชัดเจนเรื่องค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขสัญญา: สัญญาต้องเป็นธรรม ระบุเงื่อนไขการคืนเงิน หรือการเปลี่ยนโฮสต์ไว้อย่างชัดเจน ไม่มีค่าใช้จ่ายที่มาเรียกเก็บเพิ่มทีหลังแบบไม่สมเหตุสมผล
  • มีกิจกรรมเตรียมความพร้อม (Orientation): โครงการที่ดีควรมีการจัดค่ายหรืออบรมเตรียมความพร้อมให้ทั้งเด็กและผู้ปกครองก่อนเดินทาง เพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

ชวนอ่านบทความดี ๆ เพิ่มเติม: AFS คือใคร? อ่านรีวิวข้อดี-ข้อเสียจากรุ่นพี่นักเรียนแลกเปลี่ยน 

FAQ รวมคำถามที่พบบ่อยในการเตรียมตัวให้ลูกไปแลกเปลี่ยน

การเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยน ควรเริ่มล่วงหน้ากี่เดือน?

ควรเริ่มเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยน ล่วงหน้าอย่างน้อย 10-12 เดือน หรือประมาณ 1 ปีก่อนเดินทาง เพราะกระบวนการสอบคัดเลือก การรอผล การจับคู่โฮสต์แฟมิลี่ และการทำวีซ่า เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานและมีกำหนดการที่แน่นอน การเตรียมตัวเนิ่น ๆ จะช่วยลดความฉุกละหุกและมีเวลาให้ลูกได้เตรียมความพร้อมด้านภาษามากขึ้น

ถ้าลูกมีปัญหา Homesick หรือเข้ากับโฮสต์ไม่ได้ พ่อแม่ควรช่วยอย่างไร?

พ่อแม่ควรเป็นผู้รับฟัง ที่ดี และให้กำลังใจ แต่ไม่ควรเร่งรีบตัดสินใจแก้ปัญหาแทนลูกในทันที เช่น รีบโทรหาโฮสต์ข้ามประเทศ ควรแนะนำให้ลูกลองเปิดใจคุยกับโฮสต์ด้วยตัวเองก่อน หรือปรึกษาผู้ดูแลในพื้นที่ (Liaison) เพื่อฝึกทักษะการแก้ปัญหา 

แต่หากสถานการณ์รุนแรงหรือไม่ปลอดภัย นักเรียนต้องรีบแจ้งผู้ดูแลในพื้นที่ทันทีหรือพ่อแม่ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่โครงการในไทยทันทีเพื่อประสานงานแก้ไข

สรุป

การเตรียมตัวก่อนไปแลกเปลี่ยน อาจดูเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดซับซ้อนและต้องวางแผนเยอะ แต่เชื่อเถอะว่าทุกนาทีที่พ่อแม่เสียสละเพื่อเตรียมความพร้อม คือการปูพื้นฐานที่มั่นคงที่สุดให้กับอนาคตของลูก การไปแลกเปลี่ยนไม่ใช่แค่การไปเรียนหนังสือ ศึกษาหาความรู้ แต่ยังเป็นการออกไปเผชิญโลกกว้าง สัมผัสวัฒนธรรมต่างแดน และที่สำคัญยังเป็นการได้รับประสบการณ์ชีวิต ที่ในห้องเรียนให้ไม่ได้อีกด้วย 

สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครอง และน้อง ๆ นักเรียนคนไหนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว สนใจไปโครงการแลกเปลี่ยนเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมกับ AFS Thailand สามารถติดตามข่าวสารรายละเอียดโครงการ หรือติดต่อเราได้ที่ช่องทางนี้

เอเอฟเอส ประเทศไทย

Email : [email protected]

​Tel : 02-574-6197

Line: @afsthailand 

Facebook Fanpage : AFS Intercultural Programs Thailand – เอเอฟเอส ประเทศไทย”